กลุ่มดาว (Constellations)      


บนท้องฟ้ามีดวงดาวอยู่เป็นจำนวนมาก  มนุษย์จึงแบ่งดวงดาวออกเป็นกลุ่มๆ  และวาดภาพจินตนาการว่าเป็น รูป คน สัตว์ สิ่งของ ไปต่างๆ นานา ตามความเชื่อและวิถีชีวิตของแต่ละวัฒนธรรม


คำอธิบาย: http://www.lesa.biz/_/rsrc/1432187069336/astronomy/celestial-sphere/constellations/
กลุ่มดาวเต่า หรือ กลุ่มดาวนายพราน 
กลุ่มดาวเต่า หรือ กลุ่มดาวนายพราน
ที่มา: http://www.lesa.biz/astronomy/celestial-sphere/constellations

 

กลุ่มดาว (Constellations) บนท้องฟ้ามีความแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม เช่น กลุ่มดาวเต่า หรือ กลุ่มดาวนายพราน  ชาวยุโรปซึ่งอยู่บนภูเขามีอาชีพล่าสัตว์ มองเห็นกลุ่มดาวนายพราน (Orion) เป็นรูปนายพราน   แต่คนไทยตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำ จึงมองเห็นกลุ่มดาวนี้เป็นรูปเต่า และคันไถ 

กลุ่มจระเข้หรือกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major)

 

คำอธิบาย: http://www.lesa.biz/_/rsrc/1432187157988/astronomy/celestial-sphere/constellations/
กลุ่มดาวจระเข้ หรือ กลุ่มดาวหมีใหญ่
ที่มา: http://www.lesa.biz/astronomy/celestial-sphere/constellations


กลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) ก็เช่นกัน ชาวยุโรปซึ่งใช้ชีวิตบนภูเขามองเห็นเป็นรูปหมีใหญ่  แต่คนไทยใช้ชีวิตอยู่ริมน้ำ จึงมองเห็นเป็นรูปจระเข้  ดังภาพที่ 2 จะเห็นได้ว่า กลุ่มดาวเป็นเพียงเรื่องของจินตนาการ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม    ฉะนั้นเพื่อให้สื่อความหมายตรงกัน สมาพันธ์ดาราศาสตร์สากลจึงกำหนดมาตรฐานเดียวกัน โดยแบ่งกลุ่มดาวบนทรงกลมฟ้าออกเป็น 88 กลุ่ม โดยมีชื่อเรียกให้เหมือนกัน โดยถือเอาตามยุโรป เช่น กลุ่มดาวนายพราน และกลุ่มดาวหมีใหญ่  ส่วนชื่อกลุ่มดาวเต่า กลุ่มดาวจระเข้นั้น ถือเป็นชื่อท้องถิ่นภายในประเทศไทย

กลุ่มดาวในความหมายที่แท้จริง
ดาวฤกษ์บนท้องฟ้า แท้จริงมีขนาดไม่เท่ากัน และอยู่ห่างจากโลกของเรา ด้วยระยะทางที่แตกต่างกันออกไป  แต่เนื่องจากดาวฤกษ์แต่ละดวงอยู่ห่างจากเรามาก  เราจึงมองเห็นเป็นเพียงจุดแสง เพียงแต่แตกต่างกันที่สีและความสว่าง
ยกตัวอย่าง 
กลุ่มดาวค้างคาว (CASSIOPEIA)

คำอธิบาย: http://phuketindex.com/images/story/etc/star/cassiopeia02.jpg
กลุ่มดาวค้างคาว (CASSIOPEIA) 

ที่มา: http://phuketindex.com/travel/photo-stories/other/s-star/cassiopeia.htm


กลุ่มดาวค้างคาวมีดาวที่สว่างสุกใสอยู่ห้าดวง มีรูปร่างคล้ายค้างคาวกำลังบิน หรือคล้ายอักษรภาษาอังกฤษตัว W กลุ่มดาวนี้ใช้หาทิศเหนือได้ ตามนิยายดาว ของกรีกกล่าวว่า ก่อนคริสตศักราช 3,500 ปี CASSIOPEIA เป็นราชีนีที่สวยงาม ของกษัตริย์เซเฟอุสแห่งเอธิโอเปีย เป็นพระราชชนนีของอันโดรเมดา พระราชินี CASSIOPEIA เป็นคนหยิ่งถือตัว ไม่ค่อยฉลาดและขาดไหวพริบ พระนางชอบ คุยโม้อย่างเปิดเผยว่าพระนางสวยกว่าเทพธิดาแห่งทะเล เทพธิดาแห่งท้องทะเล โกรธมาก และต้องการให้พระนาง CASSIOPEIA  รู้สำนึก จึงไปฟ้องเทพเจ้า แห่งท้องทะเล (POSEICON) ผู้เป็นบิดา เทพเจ้าแห่งทะเล ได้ส่งปีศาจร้าย ไปรบกวนชายฝั่งเอธิโอเปีย และลงโทษพระนางแคสสิโอเปียที่อวดดี โดยให้จับ อันโดรเมดา บุตรสาวสวยของพระนางไปล่ามโซ่ติดกับก้อนหินไว้ที่ชายทะเล

 

 

คำอธิบาย: http://phuketindex.com/images/story/etc/star/cassiopeia01.jpg

กลุ่มดาวค้างคาวหรือกลุ่มดาวหญิงนั่งเก้าอี้
กลุ่มดาวค้างคาว (CASSIOPEIA)

ที่มา:  http://phuketindex.com/travel/photo-stories/other/s-star/cassiopeia.htm


กลุ่มดาวค้างคาวหรือกลุ่มดาวหญิงนั่งเก้าอี้ กลุ่มดาวค้างคาวเป็นกลุ่มดาวที่สะดุดตา หาง่ายอยู่ทางทิศเหนือตรงกันข้ามกับ กลุ่มดาวจระเข้ ฉะนั้นเมื่อเห็นกลุ่มดาวจระเข้ จะไม่เห็นกลุ่มดาวค้างคาว และเมื่อ เห็นกลุ่มดาวค้างคาวก็ไม่เห็นกลุ่มดาวจระเข้ กลุ่มดาวค้างคาวหรือกลุ่มดาวผู้หญิง นั่งเก้าอี้นี้ จะอยู่ตามแนวเส้นดึ่งกลางท้องฟ้าเมื่อเวลา 3 ทุ่มในวันที่ 20 พฤศจิกายน


กลุ่มดาวนายพราน (Ori - Orionis / ORION -The Great Hunter)
      กลุ่มดาวนายพราน หรือ กลุ่มดาวเต่า หรือดาวไถ มีดาวฤกษ์สุกสว่างหลายดวง ทำให้สังเกตได้ง่าย โดยเราสามารถ เห็นกลุ่มดาวนายพรานได้นานหลายเดือน โดยเฉพาะตลอดคืนในหน้าหนาวเดือนธันวาคม ซึ่งจะขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของกลางเดือนธันวาคม
      นอกจากนี้ กลุ่มดาวนายพรานยังใช้เป็นจุดอ้างอิงในการหากลุ่มดาวอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น                                 ดาวซีริอุส (Sirius, คำอธิบาย: greek-1-alpha-CMa) ซึ่งจะอยู่ในแนวเข็มขัดของกลุ่มดาวนายพราน ชี้ไปทางข้างล่าง หรือ                         ทิศตะวันออกเฉียงใต้,                                                                                                                                                         ดาวโปรซีออน (Procyon, คำอธิบาย: greek-1-alpha-CMi) ซึ่งจะอยู่ในแนวที่ไหล่ทั้งสองข้างของนายพราน ชี้ไปทางทิศตะวันออก และเมื่อนับรวมกับดาวบีเทลจุส (Betelgeuse, คำอธิบาย: greek-1-alpha-Ori) ดาวทั้งสามดวงก็จะเป็น "สามเหลี่ยมหน้าหนาว" (The Winter Triangle) ซึ่งจะมองเห็นได้ตลอดฤดูหนาวนั่นเอง นอกจากนี้ กลุ่มดาวนายพราน ยังเป็นกลุ่มดาวที่กาแล็กซีทางช้างเผือก (The Milky Way) พาดผ่านอีกด้วย

 

คำอธิบาย: con-ori-greek  

 

 

กลุ่มดาวนายพราน ที่มา : www.pm.ac.th
   
คำอธิบาย: http://3.bp.blogspot.com/-MsEoVK4A4d8/UXa5Kr7tA_I/AAAAAAAAAM8/CWWnPsZOn6A/s1600/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99.jpg คำอธิบาย: http://3.bp.blogspot.com/-e-tDOEw_ey0/UXa5nDYqYrI/AAAAAAAAANE/Mb6e55jB23U/s1600/Picture1.jpg
กลุ่มดาวนายพราน ที่มา : http://teacheryada2.blogspot.com


       คำอธิบาย: greek-1-alpha - Betelgeuse, 0.50, Red เป็นดาวฤกษ์สีแดง มีความสว่างปรากฏอันดับ 10 ของท้องฟ้า มีความสว่างปรากฏเท่ากับ 0.50 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 520 ปีแสง คำว่า "บีเทลจุส" มาจากภาษาอารบิก หมายถึง   " รักแร้ " (Armpit of the central one) เนื่องจาก ดาวบีเทลจุส อยู่ที่ตำแหน่งไหล่ขวา ของนายพรานนั่นเอง
      คำอธิบาย: greek-2-beta - Rigel, 0.12, Blue-white เป็นดาวฤกษ์สีน้ำเงิน มีความสว่างปรากฏอันดับ 7 ของท้องฟ้า มีความสว่างปรากฏเท่ากับ 0.12 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 900 ปีแสง คำว่า "ไรเจล" หมายถึง " ขาของยักษ์ " (Giant's leg) โดยที่ดาวไรเจล อยู่ที่ตำแหน่งขาซ้ายของนายพราน
      คำอธิบาย: greek-3-gamma - Bellatrix, 1.6, Blue-white เป็นดาวฤกษ์สีน้ำเงิน มีความสว่างปรากฏเท่ากับ 1.6 โดยคำว่า เบลลาทริกซ์ หมายถึง นักรบ (Female Warrior)


 คำอธิบาย: m42-t

      M42 - Nebula, 4.0 มีชื่อว่า "The Great Nebula" หรือ "The Orion Nebula" เป็นเนบิวลาเปิดที่พอจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีความสว่างปรากฏประมาณ 4.0 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1500 ปีแสง โดยจะเห็นเนบิวลา M42 อยู่ที่ตำแหน่งปลายดาบของนายพราน

คำอธิบาย: IC424

      IC424 - Nebula มีชื่อว่า "Horsehead Nebula" หรือ "เนบิวลารูปหัวม้า" อยู่ใต้เข็มขัดดวงขวาสุดของนายพรานพอดี (Zeta, คำอธิบาย: greek-6-zeta-Ori) ซึ่งรูปหัวม้าที่เห็น เกิดจากความมืด, แก็สและฝุ่นที่บดบังเนบิวลาที่อยู่ด้านหลัง แล้วทำให้เห็นเป็นรูปหัวม้าขึ้น เป็นเนบิวลาที่พอจะมองเห็นได้ ด้วยกล้องสองตา ดาวสว่างที่เห็นตรงมุมซ้ายล่างของภาพ คือ ดาวเซตา (Zeta, คำอธิบาย: greek-6-zeta-Ori)

 The Orion NebulaและHorsehead Nebula ที่มา : www.pm.ac.th


คำอธิบาย: Ori-guide-entire
กลุ่มดาวต่างๆ ที่มา : www.pm.ac.th

ตำนานของกลุ่มดาวนายพราน       

       กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว "โอไรอัน" (Orion) ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความรักระหว่างเทพโพไซดอน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล และ ยูเรียล ราชินีแห่งลุ่มน้ำอะเมซอนผู้เป็นมนุษย์
       โอไรอันเติบโตขึ้นเป็นนายพรานหนุ่มรูปร่างงามสง่า กล้าหาญ และมีสามารถเหนือมนุษย์ทั่วไป ด้วยฝีมือที่ไม่เป็นรองใครทำให้โอไรอันสามารถเอาชนะสิงโตตัวโตๆ ได้ไม่ยาก และท่านพ่อท่านแม่ก็ยังมอบของขวัญเป็นสุนัขตัวใหญ่ให้เป็นเพื่อนโอไรอันยามออกไปล่าสัตว์ ซึ่งโอไรอันตั้งชื่อเจ้าสุนัขคู่ใจของเขาว่า "ซีรีอุส"
        โอไรอันและซีรีอุสออกเรือไปผจญภัยในทะเล กระทั่งเดินทางมาถึงเกาะคริส ที่นี่เขาได้พบกับหญิงสาวผู้เลอโฉมนามว่า "อาร์ทีมีส" ผู้เป็นเทพแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์ และเป็นน้องสาวของ "อพอลโล"            เทพแห่งดวงอาทิตย์
       ทั้งโอไรอันและอาร์ทีมีสได้ออกล่าสัตว์ด้วยกันบ่อยครั้ง ความคุ้นเคยก่อเกิดเป็นความรักความผูกพัน ทว่าเมื่ออพอลโลรู้เข้าก็กลับไม่ชอบใจและรังเกียจโอไรอันที่เป็นเพียงมนุษย์ อพอลโลจึงวางแผนจัดการ          โอไรอันโดยจัดการประลองความสามารถขึ้น และนำความไปบอก "มหาเทพซุส" ผู้เป็นบิดาว่า                        โอไรอันชอบอวดอ้างว่าตนเป็นนายพรานที่เก่งกาจและปราบสัตว์ร้ายมาแล้วมากมาย มหาเทพซุสก็เชื่อและรู้สึกพิโรธในความโอหังของโอไรอัน จึงมอบแมงป่องพิษให้อพอลโลนำไปจัดการโอไรอัน
              ในระหว่างการประลองความสามารถ โอไรอันสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เป็นสิงโตตัวเขื่องผู้ดุร้ายลงได้ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อแมงป่องที่แอบซ่อนอยู่ในสิงโตได้ต่อยเข้าที่แขนของนายพรานหนุ่ม อาร์ทีมีสที่เฝ้าให้กำลังใจโอไรอันอยู่บนอัฒจรรย์ริมสนามเห็นดังนั้นก็ตื่นตกใจยิ่งนัก ข้างฝ่ายอพอลโลที่เฝ้าดูอยู่ด้วยกลับกระหยิ่มด้วยความดีใจเป็นที่สุด
 แม้จะเก่งกล้าสักแค่ไหนแต่โอไรอันก็ไม่อาจต้านทานพิษร้ายจากแมงป่องของมหาเทพซุสได้ ในที่สุดเขาก็สิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาหญิงสาวคนรักหลังจากเอ่ยชื่อของเธอเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้อาร์ทีมีสโศกเศร้าเสียใจอย่างมาก
           เมื่อรู้ว่าลูกสามของตนเอาแต่ร่ำไห้ที่ชายคนรักจากไปอย่างไม่มีวันกลับ มหาเทพซุสก็เกิดความเสียใจ จึงได้ชดเชยด้วยการส่งดวงวิญญาณของโอไรอันขึ้นไปบนท้องฟ้ากลายเป็น "กลุ่มดาวนายพราน" พร้อมกับซีรีอุส สุนัขคู่ใจที่ได้เป็น "กลุ่มดาวสุนัขใหญ่" ติดตามไปด้วยกันตลอดเวลา และให้ทั้ง 2 กลุ่มดาวนี้อยู่ห่างไกลจากกลุ่มดาวแมงป่องมากที่สุด จึงไม่เคยปรากฏบนท้องฟ้าพร้อมกันเลย
           กลุ่มดาวนายพรานจะเห็นเฉพาะในช่องฤดูหนาว ส่วนกลุ่มดาวแมงป่องจะเห็นได้ในช่วงฤดูร้อน จึงไม่มีวันที่เราจะเห็นกลุ่มดาวทั้งสองบนท้องฟ้าพร้อมกัน

 
หน้าที่ 1 || 2 || 3 || 4 || 5 || 6
 
 


ผู้จัดทำ นางมาลินี ศิริจารี

Email : malinee@rajsima.ac.th