คำอธิบาย: https://pixabay.com/static/uploads/photo/2015/06/20/14/12/button-815818_640.png

ชนิดของสุริยุปราคา

คำอธิบาย: https://pixabay.com/static/uploads/photo/2015/06/20/14/12/button-815818_640.png

จันทรุปราคา

คำอธิบาย: https://pixabay.com/static/uploads/photo/2015/06/20/14/12/button-815818_640.png

การสังเกตจันทร์เสี้ยว

หน้าที่ 1 || 2 || 3

 

5. การสังเกตจันทร์เสี้ยว
                การสังเกตจันทร์เสี้ยวด้วยตาเปล่า มีเงื่อนไขหรืออิทธิพลหลายอย่างว่าจะมองเห็นหรือไม่เห็นจันทร์เสี้ยว อิทธิพลเหล่านี้ คือ
                1.คุณสมบัติเชิงกายภาพทางดาราศาสตร์ของจันทร์เสี้ยว คือ
1.1.ช่างเวลาห่างระหว่างดวงอาทิตย์ตกกับเวลาจันทร์เสี้ยวตก เรียกว่า เวลาค้างฟ้าของจันทร์เสี้ยว เวลาค้างฟ้านานมีโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวมาก
1.2 อายุของจันทร์เสี้ยว จันทร์เสี้ยวอายุมากโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวมาก
1.3 ความสูง(Altitude) ของจันทร์เสี้ยวในขณะดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ความสูงมากโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวมาก
1.4 ขนาดของจันทร์เสี้ยว(Crescent width) หรือ ระยะทางเชิงมุมจากจากแนวการมองจากโลกถึงดวงอาทิตย์และจากโลกถึงดวงจันทร์ ค่านี้เรียกว่า อีลองเกชั่น(E :Elongations)ค่าอีลองเกชั่นมากโอกาสเห็นจันทร์เสี้ยวมาก
1.5 ลองจิจูดและแลตติจูดของผู้สังเกต หมายถึงว่า ตำแหน่งต่างๆบนโลกย่อมสังเกตจันทร์เสี้ยวได้
แตกต่างกัน


จากการบันทึกอย่างเป็นทางการ จันทร์เสี้ยวอายุน้อยที่สุดที่เคยเห็นด้วยตาเปล่า คือ 15 ชั่วโมง เห็นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ.1990 และเมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ.1996 จันทร์เสี้ยวอายุ 12.1 ชั่วโมง มีรายงานว่ามองเห็นด้วยกล้องโทรทรรศ์ขนาด 8 นิ้ว

 

 

 

 

รูปที่ 8 แสดงดวงจันทร์ที่อยู่เหนือขอบฟ้าในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า
ที่มา : http://www.cis.psu.ac.th/fathoni/lesson/falakweb2/alfalak9.htm

-โลกหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบได้มุม 360 องศา ใช้เวลา 23 ชั่วโมง 56 นาที เรียกว่า วันทางดาราคติ (Sidereal day)        โดยถือระยะเวลาที่ดาวฤกษ์ดวงเดิมเคลื่อนที่ผ่านเส้น Prime meridian (RA=0 ชั่วโมง) สองครั้งเป็นสิ่งอ้างอิง
-เวลามาตรฐานที่เราใช้ในนาฬิกาบอกเวลาเป็น เวลาสุริยคติ (Solar day) ซึ่งถือระยะเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ผ่านเส้นเมอริเดียนสองครั้งเป็นสิ่งอ้างอิง หนึ่งวันจึงเท่ากับ 24 ชั่วโมงพอดี จะเห็นได้ว่า หนึ่งวันสุริยคติมีระยะเวลานานกว่าหนึ่งวันดาราคติ 4 นาที เนื่องจากโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ จึงทำให้ตำแหน่งของดาวบนท้องฟ้าในแต่ละวันเปลี่ยนไปวันละ         1 องศา
ปฏิทินสากลเป็นปฏิทินทางสุริยคติ (Solar calendar) 1 ปี มี 365 วัน  โดยแบ่งออกเป็น 12 เดือน ๆ ละ 30 หรือ 31 วัน และเดือนกุมภาพันธ์มี 28 วัน แต่ในทุกๆ 4 ปี จะมีปีอธิกสุรทิน ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์จะมี 29 ว้น เพื่อเพิ่มชดเชยเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลารอบละ 365.25 ว้น (Sidereal year)
ดวงจันทร์โคจรรอบโลก 1 รอบ ใช้เวลาประมาณ 29.5 วัน ทำให้เราจึงมองเห็นดวงจันทร์ ปฏิทินพระเป็นปฏิทินทางจันทรคติ (Lunar calendar) แบ่งออกเป็น 12 เดือนๆ ละ 30 วัน

 

 

ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวต่างๆกัน ในแต่ละวันของรอบเดือน
1. ดวงจันทร์จะขึ้นและตกช้าลงอย่างสม่ำเสมอประมาณวันละ 50 นาที
2. ในวันข้างขึ้น ดวงจันทร์จะขึ้นในเวลากลางวันก่อนดวงอาทิตย์ตก และตกในเวลากลางคืน
3. ในวันข้างแรม ดวงจันทร์จะขึ้นหลังดวงอาทิตย์ตก หรือขึ้นในเวลากลางคืน และตกในเวลากลางวัน
4. ในวันขึ้น 8 ค่ำ ดวงจันทร์จะขึ้นเวลาประมาณเที่ยงวัน และตกในเวลาเที่ยงคืน
5. ในวันแรม 7 ค่ำ ดวงจันทร์ขึ้นในเวลาประมาณเที่ยงคืน และตกในเวลาประมาณเที่ยงวัน
6. ดวงจันทร์ต้องใช้เวลาประมาณ 30 วันจึงจะมีเวลาขึ้นและตกใกล้เคียงกับเวลาเดิมอีกครั้งหนึ่ง

 

หน้าที่ 1 || 2 || 3


ผู้จัดทำ นางมาลินี ศิริจารี

Email : malinee@rajsima.ac.th