คำอธิบาย: https://pixabay.com/static/uploads/photo/2015/06/20/14/12/button-815818_640.png

ปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรม

คำอธิบาย: https://pixabay.com/static/uploads/photo/2015/06/20/14/12/button-815818_640.png

รู้จักข้างขึ้นข้างแรม  

คำอธิบาย: https://pixabay.com/static/uploads/photo/2015/06/20/14/12/button-815818_640.png

ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เคียงเดือน

หน้าที่ 1 || 2 || 3


รู้จักข้างขึ้นข้างแรม    

การดูข้างขึ้นข้างแรม ดูได้ง่ายนิดเดียว เพียงแค่รู้ว่าทิศตะวันออกอยู่ด้านไหน แล้วก็แหงนหน้าขึ้นมองดูดวงจันทร์หากส่วนที่เป็นด้านมืด (ไม่ว่าจะแหล่งเป็นเสี้ยว หรือปูดนูนออกมาก็ตาม) หันไปทางทิศตะวันออก แสดงว่าเป็นช่วงเวลาข้างขึ้น และในทางตรงกันข้ามหากส่วนที่เป็นด้านมือของดวงจันทร์หันไปทางทิศตะวันตก ก็แสดงว่าเป็นช่วงเวลาข้างแรม นอกจากนี้เรายังสามารถสังเกตได้อีกว่าข้างขึ้นนั้นขึ้นกี่ค่ำ และข้างแรมนั้นกี่ค่ำ โดยสังเกตได้จากการประมาณจากส่วนเว้าหรือแหว่งของดวงจันทร์
■ดวงจันทร์สว่างเต็มดวง คือ ขึ้น 15 ค่ำ
■ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง คือ ขึ้น 7-8 ค่ำ หรือ แรม 7-8 ค่ำ
■ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวประมาณ 1 ใน 4 ดวง คือ ขึ้น 3-4 ค่ำ หรือ แรม 11-12 ค่ำ
■ดวงจันทร์มืดเต็มดวง คือ แรม 15 ค่ำ

New Moon  หรือ เดือนมืด  เป็นตำแหน่งที่ดวงจันทร์อยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์อยู่หน้าดวงอาทิตย์นั่นเอง ในวันนี้ผู้สังเกตที่อยู่ด้านมืดหรือด้านกลางคืน และด้านกลางวันบนโลกจะมองไม่เห็นดวงจันทร์  เราจึงเรียกว่าคืนเดือนมืด หรือ จันทร์ดับ
Full Moon   หรือ วันเพ็ญ ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ  เป็นตำแหน่งที่ดวงจันทร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ หรือเป็นตำแหน่งตรงข้ามกับ New Moon ซึ่งแสงจากดวงอาทิตย์จะตั้งฉากกับดวงจันทร์พอดี  ผู้สังเกตที่อยู่ด้านกลางวัน จะไม่เห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้าเลย ในขณะผู้ที่อยู่ด้านมืดจะเห็นดวงจันทร์นานที่สุดคือเริ่มจับขอบฟ้าตั้งแต่เวลาประมาณ 6 โมงเย็น และตกตอน 6 โมงเช้าของอีกวันหนึ่ง โดยที่เวลาเที่ยงคืนดวงจันทร์จะอยู่กลางศีรษะพอดี
การเกิดดิถี
 ดิถี หรือ เฟส หรือ การเกิดข้างขึ้นข้างแรม ของดวงจันทร์ (อังกฤษ: lunar phase) ในทางดาราศาสตร์ เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างหนึ่งที่เกิดกับดวงจันทร์ นั่นคือ ดวงจันทร์จะมีส่วนสว่างที่สังเกตได้ที่ไม่เท่ากันในแต่ละคืน เกิดจากการโคจรของดวงจันทร์รอบโลก โดยหันส่วนสว่างเข้าหาโลกต่างกัน ดิถีที่ต่างกันนี้เองมักใช้กำหนดวันสำคัญทางพุทธศาสนา และใช้เป็นหลักในการนับเวลา ในปฏิทินจันทรคติ ก่อนที่จะมานิยมใช้ปฏิทินสุริยคติ
 การคำนวณดิถีของดวงจันทร์ สามารถทำได้ทั้งแบบดาราศาสตร์สมัยใหม่และดาราศาสตร์แผนเก่า เช่น ใช้กระดานปักขคณนาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือใช้ตำราสุริยยาตร์ ในการคำนวณ

สำหรับในทางโหราศาสตร์ ดิถีคือวันทางจันทรคติ (lunar day) มีสองแบบคือ ดิถีเพียร และ ดิถีตลาด ดิถีเพียรจะเป็นดิถีที่คำนวณโดยอิงการโคจรของดวงจันทร์ในรอบเดือนจริง ๆ ไม่ใช่ขึ้นแรมในปฏิทินปกติ ในขณะที่ดิถีตลาด จะอนุโลมให้ดิถีนับแบบอิงวันสุริยคติเป็นวัน ๆ ไป เรียกเป็นข้างขึ้นข้างแรม ดิถีทั้งสองแบบล้วนแล้วแต่เกี่ยวพันกับข้างขึ้นข้างแรมหรือดิถีในความหมายทางดาราศาสตร์ที่กล่าวมาแล้ว โดยเป็นส่วนประกอบของปฏิทินจันทรคติ ซึ่งนั่นคือข้างขึ้นข้างแรมที่สังเกตได้ยามค่ำคืนนั่นเอง

สำหรับกล่องข้อความด้านขวานี้จะแสดงดิถีของดวงจันทร์ตามการคำนวณแบบดาราศาสตร์สมัยใหม่ โดยที่แสดงวันที่ไว้เพื่อให้ทราบว่าเป็นดิถีของวันใด มิให้เกิดความสับสน และแสดงร้อยละของส่วนสว่างบนดวงจันทร์ไว้ด้านล่าง

 

 

คำอธิบาย: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/e/e3/Phases_of_the_Moon.png/800px-Phases_of_the_Moon.png
ภาพการเกิดดิถีของดวงจันทร์  ที่มา : https://th.wikipedia.org
 
คำอธิบาย: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/5/50/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C.png/300px-%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C.png
ภาพแสดงการเกิดดิถีของดวงจันทร์  ที่มา : https://th.wikipedia.org
 
คำอธิบาย: http://a5.mzstatic.com/us/r30/Purple/v4/f3/64/01/f364011e-33ad-2334-863f-be4d7fe54a73/screen568x568.jpeg
ภาพแสดงการเกิดดิถีของดวงจันทร์  ที่มา : itunes.apple.com
 


ภาพแสดงการเกิดดิถีของดวงจันทร์ โดยที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์โคจรรอบโลก ภาพที่เห็นอยู่นี้มองลงไปยังขั้วโลกเหนือ แสงอาทิตย์มาทางขวาดังแสดงเป็นลูกศรสีเหลือง จากภาพจะเห็นได้ว่า ในวันเดือนเพ็ญ ดวงจันทร์จะขึ้นตอนดวงอาทิตย์ตก และในวันเดือนดับ จะไม่สามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์ได้ เพราะถูกแสงอาทิตย์บดบัง
ดิถีเกิดจากการโคจรของดวงจันทร์รอบโลก ขณะที่โคจรทั้งรอบโลกและรอบดวงอาทิตย์ ก็จะมีส่วนสว่างที่เกิดจากแสงของดวงอาทิตย์ โดยที่ส่วนสว่างของดวงจันทร์ที่หันเข้าหาโลกมีไม่เท่ากันเนื่องจากตำแหน่งรอบโลกที่ต่างกัน จนเกิดการเว้าแหว่งไปบ้าง และเกิดเป็นข้างขึ้นข้างแรม โดยที่มีคาบของการเกิดประมาณ 29.53 วัน (29 วัน 12 ชั่วโมง 44 นาที) เรียกระยะนี้ว่า เดือนจันทรคติ (synodic month) ซึ่งยาวกว่าเดือนดาราคติ (sidereal month) ไปประมาณ 2 วัน
 บางครั้ง อาจเกิดสุริยุปราคาได้เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่มาในตำแหน่งที่บังแสงจากดวงอาทิตย์ เมื่อเทียบกับผู้สังเกตบนโลก ซึ่งจะเกิดในวันเดือนดับ และอาจเกิดจันทรุปราคาได้เมื่อดวงจันทร์มาอยู่ในเงาของโลก ซึ่งเกิดในวันเดือนเพ็ญ ทั้งนี้ก็เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงดิถีของดวงจันทร์
 ในซีกโลกเหนือ ถ้าเราหันหน้าลงทิศใต้ ดวงจันทร์จะแสดงส่วนสว่างด้านทิศตะวันตกก่อนในข้างขึ้น จากนั้นจะค่อย ๆ แสดงส่วนสว่างมากขึ้น และจากนั้นก็ลดส่วนสว่างจากด้านทิศตะวันตกไปจนหมด ส่วนในซีกโลกใต้ ถ้าหันหน้าขึ้นทิศเหนือ ทิศทางก็จะเป็นไปในทางกลับกัน นั่นคือ ดวงจันทร์จะแสดงด้านทิศตะวันออกก่อนในข้างขึ้น และเผยส่วนทิศตะวันตกออก

หน้าที่ 1 || 2 || 3


ผู้จัดทำ นางมาลินี ศิริจารี

Email : malinee@rajsima.ac.th